REVIEW หนังวันหยุด *O*
posted on 28 Dec 2008 01:49 by stylelcช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาดูหนังไปเยอะมากๆๆๆ
ด้วยความที่ช่วงนี้เหงาเปล่าเปลี่ยวเลยเกิน ว่าง หยุดเรียนยาว และไม่ได้ออกไปไหน
จึงเกิดการตะลุยร้านเช่าดีวีดีที่ไม่ได้ไปเหยียบมานานมากๆ
รีวิวทั้งหมดมาจากความคิดเห็นส่วนตัวนะจุ๊ *O*
เริ่มด้วย
Another Cinderella story
: ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นอะไรที...ก็อีกอัน...ก็อีกอัน...ก็อีกอัน
ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เพราะบทก็ปกติ ทำนองว่าพระเอกเป็นนักร้องดัง แล้วอยากมีชีวิตปกติ มารเจอนางเอกที่ไม่โดดเด่นอะไรเลยแต่เต้นเก่งมั่กๆ และตัวนางเอกเองถูกรับเลี้ยงด้วยนักร้องเก่า(ที่คิดว่าตัวเองยังดัง) แล้วก็มีพี่เลี้ยงสองคนที่ไม่ร้ายแต่เน้นโชว์โง่มากกว่า ที่น่าผิดหวังที่สุดคือนางร้ายไม่สวยเลย! จอร์จจจจ อะไรเนี่ย ช่วยสวยให้ได้ครึ่งของจอร์จีน่าใน Mean girl หน่อยเถอะ
แถมตอนจบมาเสี่ยวทิ้งท้ายชนิดขนหัวลุก ทำนองว่าเป็นมุกที่ดาษสุดๆ นางเอกเข้าใจผิดเพราะเห็นตัวร้ายอยู่ในห้องนอนกับพระเอก (ตัวร้ายส่งการ์ดปลอมๆไปล่อออกมา) แล้ววันนั้นเป็นวันก่อนที่จะมีการประกวดเต้นที่พระเอกเป็นคนจัดขึ้น สุดท้ายพอนางเอกที่งานและกำลังจะหนี พระเอกก็ท้ทายนางเอกให้ขึ้นไปเต้น หาว่านางเอกเต้นไม่เก่ง และ...นางเอกลูกสาวกำนันก็ยอมแพ้ไม่ได้ค่ะ ต้องขึ้นไปเต้นด้วย โอ้ เชดดดดดด เชิญเถอะ -_-
รวมๆแล้วถ้าให้คะแนนความใสก็โอเค แต่ว่าไม่มีความแตกต่างจากซินเดอเรลล่าภาคอื่นๆ
WANTED
: ชอบตัวแสดงอยู่แล้ว คะแนนเลยพุ่งเป็นพิเศษ
เจมส์หล่อมั่กๆๆๆๆๆ (แองจี้ก็สวยนะ แต่ยังแค้นแทนเจนอยู่ 55555+)
ชอบหนังที่ยิงกันเยอะดีแต่ไม่หนวกหู อยาก Mr.&Mrs. Smith นี่รำคาญเล็กน้อย (แต่ไปดูเพราะแค่ตัวแสดงก็คุ้ม) หนังแสบดี ไม่เสื่อมมากเท่าไหร่ เสื่อมในที่นี้หมายถึงคำหยาบไม่เยอะจนน่ารำคาญ คือมีมั้ย มีแต่พอดี อย่างหนังใต้ดินบางเรื่องเปิดทีแค่ห้านาทีมี FU*K เป็นคอลเลคชั่นไปแล้วห้าสิบคำ คือฟังเยอะแล้วมันพลอยจะเสื่อมตามไปด้วย (เคยเช่าของเบน เอฟเฟลคมา เป็นทำนองนี้เลย ทนดูไม่ด้ายยย
)
โดยรวมแล้วชอบทีเดียว (ดูเป็นหนังลงทุน)
My best friend's girl
: ตอนแรกที่เห็นปกนี้ เคต ฮัตสัน โอเค หนังมันคงจะโรแมนติคสุดๆ แบบว่าเอาให้สำลักความเลี่ยนกันตายไปเลย แต่ที่ไหนได้ เฮ้ย...แม่ง...เสื่อม 55555+ ตอนนั่งดูเรื่องนี้แม่ถามตลอดว่า มันจะ FU*K ไรกันตลอดทั้งเรื่อง
จริงๆการใช้คำหยาบมันก็เข้ากับพลอตดีอ่ะ เพราะว่าพระเอกเป็นแบบว่าพวกมิสเตอร์โสมม ทำตัวสบถบัดสีเดตกับผู้หญิงที่เพิ่งเลิกกับแฟนมา และทำให้ผู้หญิงนั้นกลับไปหาแฟนเก่า ซึ่งพวกแฟนเก่านี่แหละเป็นคนจ้างพระเอกไป คือ พลอตเหมือนกับเรื่อง Mr. Fix it แทบจะเดี๊ยะๆ (ไม่เคยดูเรื่องนั้นอ่ะ แต่อ่านหลังปกแล้วต๊กใจมากๆ) เข้าเรื่องต่อ เรื่องมันเกิดที่ว่าไอ้หน้าเจี๋ยมสุดน่ารักเป็นญาติห่างๆกับพระเอก แล้วดันไปปิ๊งเคต แต่เคตไม่เล่นด้วย สุดท้ายเลยมาจ้างญาติตัวเองให้ไปเดตกับเคต เพื่อให้เคตกลับมาหาคนดีๆอย่างตัวเขา แต่เรื่องดันพลิกล็อคที่เคตดันชอบผู้ชายโสมมและโหยหาประสบการณ์บนเตียงเหลือเกิน อารมณ์ว่าชีวิตนี้นอนกับผู้ชายมาแค่สามคน ประสบการณ์น้อย ใช้ชีวิตสาวไม่คุ้ม เลยทำตามแรงยุของเพื่อนสนิท(ที่แรงงงง)กลายเป็นเซ็กส์เฟรนด์กับพระเอกไปเลยทีเดียว ตอนหลังก็ตามธีมแหละ พระเอกต้องตกหลุมรักนางเอก แล้วก็มีปมเล็กน้อย ไม่อยากสปอยล์ ฮิ!
โดยรวมแล้ว...ไม่เท่าไหร่ คือดูได้ แต่อาจจะไม่ได้นั่งจดจ่อกับจอตลอดเวลา แอบสงสัยนิดหนึ่งว่า ถ้าสมมุติเลิกกับแฟนเก่า แล้วไปเดตกับผู้ชายคนใหม่ และผู้ชายคนใหม่ดันสารเลวสุดขั้ว ผู้หญิงจะวิ่งโร่กลับไปหาแฟนเก่าจริงเหรอวะ
TIN MAN
: เป็นหนังแฟนตาซีทุนปานกลางที่ดูได้เรื่อยๆ อารมณ์ว่าสามารถดูระหว่างกินข้าวได้ ตอนแรกที่มองนางเอกแล้วตกใจมาก นึกว่า Katy Perry หน้าเหมือนมากกกก~
นี่คือ Katy (ที่ร้อง I kissed a girl , Hot n' cold)
โอเค เข้าเรื่องต่อ คือชอบแผ่นดีวีดีเรื่องนี้ที่ทำเป็นสองหน้าในแผ่นเดียวกัน มีสองภาค ตอนแรกดูภาคสองไปประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง (อุตส่าห์เข้าใจด้วยนะ) แล้วก็เริ่มคิดกับตัวเองว่าทำไมมันงงๆ เลยพลิกแผ่นอีกด้าน ฟัคคค มีอีกด้านก็ไม่บอกกันนนนน
หนังแฟนตาซีสำราญใจ ไม่เข้มข้นเรื่องดราม่ามากเท่าไหร่ เป็นปมเบาๆที่ใช้เวลาแก้ปมนาน มีเรื่องของพี่น้องเข้ามาเกี่ยว แฟมิลี่อย่างแรง (มันเป็นแฟนตาซีสอนใจ) ถ้าคิดจะเช่ามาดูกับครอบครัวเรื่องนี้อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี
The Street King
: ชอบคีนู~ แต่เรื่องนี้บวมมาก
อ้วนจริงๆ (แต่ตอนนี้ผอมแล้วไง ฮิฮะ) หนังเถื่อน เป็นอารมณ์ว่าพระเอกเป็นตำรวจอยู่ในหน่วยพิเศษ และคิดว่าหน่วยตัวเองนี่แบบโปร่งใสสุดยอด แต่สุดท้ายก็พบว่าไม่มีอะไรโปร่งใสเลยสักหน้า หนังดำเนินเร้าใจใช้ได้ แต่ตอนต้นคิดว่ายืดไปหน่อย ดูแล้วรู้สึกว่า...เออ พอคนเรามีอำนาจแล้วก็มักจะใช้ในทางที่ผิดเสมอ แม้ตัวพระเอกเองก็ทำอะไรที่แย่ไปเยอะ ทำนองนั้น -.-
(รีวิวเริ่มสั้นลงๆ)
NARNIA : Prince Caspian
: นาร์เนียก็ยังเป็นนาร์เนีย คือเป็นหนังที่ดูเพื่อความบันเทิงชั่ววูบ แต่ถามว่าจะประทับใจมั้ยคงไม่เท่าไหร่ แต่ชอบแคสเปี้ยน น่าร๊ากกก
นาร์เนียยังคงจบด้วยความเข้าใจตัวของมันเอง คือ เป็นเหตุผลที่คนดูจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ทำนองว่าอยากอยู่ที่นาร์เนียมาก แต่ต้องกลับไปโลกปัจจุบัน คำถามคือกลับไปทำไม ซึงในเรื่องก็สงสัย แต่แค่สิงโตอัสลานพูดอะไรลึกซึ้งประมาณสองสามประโยคก็ต้องกลับไป อืม...ได้ข่าวว่าภาคสามถูกระงับสร้างไปแล้ว พิษเศรษฐกิจไรเนี่ยแหละ ผู้กำกับของบไปพี่ร้อยล้านสหรัฐจำไม่ได้ แต่น้อยกว่าภาคที่แล้วอีก แต่ถึงแบบนั้นก็ถูกปฏิเสธมา ถึงจะไม่ได้ประทับใจมากแต่ก็อยากดูภาคสามนะ
สามก๊ก 1
: เห็นว่าภาคสามกำลังจะเข้าเลยรีบไปหาสองภาคแรกมาดู คือไม่รู้ว่าเค้าดัดแปลงจากบทประพันธ์ดั้งเดิมมามากแค่ไหน แต่ว่าการดูภาคแรกทำให้ความเข้าใจตลอดชีวิตนี่ผิดไปเลย คือตัวเราเองคิดว่าคนที่เก่งกาจสุดๆคือ กวนอู เล่าปี่ เตียวหุย อะไรพวกนี้ แต่ที่ไหนได้คนที่อายุยืนที่สุดกลับคือจูล่ง (ฉากที่ไปช่วยโอรสของเล่าปี่นี่อลังการมาก) ดูแล้วซึ้งมากตอนจบ (เซ้นซิทีฟฟฟฟ)
สามก๊ก 2
: ตอนแรกตั้งใจดูเพราะว่าชอบขงเบ้ง (ทาเคชิ หล่อมากกกก) แต่ดูไปๆมาๆกลับชอบภาคนี้มาก แต่สิ่งหนึ่งที่ติดใจคือนำเสนอโจโฉเป็นตัวโกงม๊ากมากกก (จริงๆแล้วก็คงเป็นแหละ) ภาคนี้ใช้สมองขึ้นเยอะกว่าภาคที่แล้วมาก ภาคแรกจะนำเสนอไบโอโลจี้ของจูล่ง แต่ภาคนี้จะนำเสนอวิถีรบ แผนรบ เล่ห์เหลี่ยม บลาๆ ที่เป็นสงครามมากกว่าเยอะเลย เจ็บจี๊ดมากตอนที่จบค้างไว้ว่ากำลังจะเดินทัพเรือ ต้องไปดูต่อในโรงสินะ
สามก๊กนี่เป็นเรื่องแนะนำเลยนะ
V for Vendetta
: ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!
ดูแล้วรู้สึกว่าอืม...ประชาธิปไตยมันสำคัญจริงๆนะ
เรื่องเกิดในช่วงที่ลอนดอนตกอยู่ในระบอบปกครอบคอมมิวนิส(ป่ะวะ) อารมณ์ว่ามีเคอร์ฟิว มีการดักฟังโทรศัพท์ตลอดเวลา ไม่มีอิสระในการคิด การทำ แล้ววันหนึ่งนางเอก(นาตาลี พอร์ทแมน)ก็ออกจากบ้านหลังเคอร์ฟิว และถูกพวกตำรวจจะข่มขืน แล้วก็มีชายใส่หน้ากากมาช่วยไว้ หลังจากนั้นชายใส่หน้ากากที่เรียกตัวเองว่า V ก็ประกาศตัวเป็นศัตรูกับรัฐบาลในวันที่ 5 พ.ย. และบอกว่าจากนี้ไปหนึ่งปี ถ้าหากใครเห็นด้วยที่จะลุกขึ้นมาสู้กับรัฐบาลก็ให้มาชุมนุมกันที่หน้ารัฐบาลในวันที่ 5 พ.ย. ปีหน้า
หน้ากากหลอน แต่แอบตลก 5555+
V เป็นผลทดลองเคมีของรัฐบาลที่ได้ผลคนเดียวท่ามกลางคนที่ต้องตายไปเป็นหมื่น และรัฐบาลก็โบ้ยความผิดให้กับพวกนอกรีตศาสนาว่าเป็นคนปล่อยไวรัส แล้ว V ก็เลยมาแก้แค้น ที่ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาเพราะว่าเนื้อตัวไหม้หมดเลย คาแร๊คเตอร์จะเป็นเหมือนคนบ้า ฆ่าคนไม่ปราณี แต่ชอบฟังเพลงคลาสสิค เถือกนั้น แล้วสุดท้าย V ก็มาตกหลุมรักนางเอก คือแบบ...โอ๊ย...แสนเศร้า
ไม่สปอยล์ดีกว่า เอาเป็นว่าใครยังไม่หามาดูลองไปหามา
มีโควตในหนังที่ชอบอยู่
'ประชาชนไม่ควรจะกลัวรัฐบาลของตัวเอง
รัฐบาลต่างหากที่ต้องกลัวประชาชน'
WOW! *O*
Hannibal Rising
: กัสปาร์!! ที่หาหนังเรื่องนี้มาดูเพราะกัสปาร์เลยเชียว
หล่อจัง *O* คนนี้ที่ตอนแรกจะได้รับบทนำในเรื่อง Twilight ตอนแรกได้ยินแค่ชื่อก็คิดว่าเออ น่าจะแก่ไปแล้ว เพราะเหตุผลที่เค้าไม่ได้เล่นเพราะแก่ไป แล้วพอมาเสิร์ชรูปก็แบบ...แก่ไงวะ! แม่ง...เหมาะว่าร๊อบอีก เปลี่ยนไม่ทันแล้วสินะ
เข้าเรื่อง
ส่วนตัวไม่เคยดูฮานิบัลภาคอื่นเลยไม่ขอเปรียบเทียบความโหดแล้วกัน แต่ว่าเรื่องนี้ดูแล้วสงสารมากกว่า น้องสาวตัวเล็กๆของตัวเองถูกต้มกินอ่ะ ใครจะไม่วีนวะ! (วีนแต่คงไม่โรคจิตแบบนี้
) ตอนแรกคิดมาตลอดว่ากงลี่จะหงำเหงือก พอเห็นเค้าเล่นเรื่องนี้รู้สึกว่าสวยมาก *O* ตัวกัสปาร์เองก็เล่นดูโรคจิตมากอ่ะ คิดสงสัยเหมือนกันว่าหลังจากจบเรื่องนีแล้วจะมีสาวไหนกล้าเดตด้วยมั้ย -_- (แต่ชุบกล้านะ
)
เรื่องดำเนินช้าไปหน่อยตอนแรก แล้วก็มารวบเอาตอนจบ เสียดายนิดๆที่ตอนจบกำกวม (แต่จริงๆก็ชัดเจนแหละถ้าได้ดูภาคอื่นๆประกอบด้วย) ชอบบรรยากาศการเล่าเรื่องที่สลับระหว่างความเป็นจริงกับความทรงจำ คือความทรงจำเค้านำเสนอได้ดูโหดร้ายมาก น่าสงสารสุดๆ เล่นเอาคนมีน้องสาวน้ำตาแทบแตก
Lars and the real girl
: เก็บไว้เป็นเรื่องสุดท้ายเพราะชอบมาก!
คือส่วนตัวชอบไรอัส กอสลิ่งอยู่แล้ว (บิ๊กแฟนทั้งเค้าและแฟน (ราเชล แม๊คส์อดัม)) เค้าเคยเล่นแฟรคเจอร์กับเดอะโน้ตบุ๊คมาก หนังดีทั้งสองเรื่องเลยนะ และเรื่องนี้ก็ดีเหมือนกัน
เรื่องเริ่มที่ว่า พี่สะใภ้กับพี่ชายของพระเอกกังวลกับพระเอกมาก คือตัวเขาเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาที่ไม่ชอบอยู่กับใคร ไม่สุงสิง ไม่ปาร์ตี้ มีชีวิตที่โดดเดี่ยว ขนาดพี่สะใภ้จะชวนไปกินข้าวเย็นด้วยยังชวนแทบตาย แล้วพอวันหนึ่งพระเอกโผล่มาที่บ้านแล้วบอกว่า วันนี้ผมมีแขกมา ยัยพี่สะใภ้ดีใจมากๆ แล้วพอบอกว่าเป็นผู้หญิงยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ แล้วพระเอกก็เริ่มสาธยายว่าเป็นผู้หญิงเชื้อสายบราซิล พูดภาษาอังกฤษไม่เก่งเท่าไหร่ ผมไม่อยากให้เขาอยู่กับผมสองต่อสองที่โรงรถ(พระเอกนอนในโรงรถ)เลยจะขอมาฝากเขานอนที่นี่ พี่สะใภ้ดีใจรีบไปเตรียมห้องโน่นนี่เสร็จ ปรากฏว่า แขกที่ว่าคือตุ๊กตายาง *O*
ตอนแรกที่เห็นภาพหน้าปกคือนึกไม่ถึงว่าไอ้ผู้หญิงที่หายไปท่อนหนึ่งเนี่ย แท้จริงแล้วจะเป็น...ตุ๊กตายาง!!
เฮอเนมอีส...บีแองก้า
เป็นตุ๊กตายางออนไลน์ที่พระเอกสั่งซื้อมา และติ๊ต่างว่าเป็นแฟนตัวเอง ความตลกร้ายของเรื่องคือพระเอกจะปฏิบัติกับมิสบีแองก้าอย่างกับเธอมีชีวิต คุยคนเดียว พาไปหาหมอ ป้อนข้าว ทะเลาะอีกต่างหาก! คือดูแล้วตลกอ่ะ แต่อีกใจก็แบบ รู้สึกสงสาร (แม่งบ้าจนต้องสั่งตุ๊กตายางมาเป็นแฟน) ซึ่งเคสนี้หมอ(ในเรื่อง)บอกว่าเขาแค่เกิดอาการจิตหลอน แต่ไม่รู้ว่าทำไม และคิดว่าการที่เขาสั่งบีแองก้ามาอ่ะ มันมีสาเหตุ she came for reason ไรทำนองนั้น แบบพระเอกต้องมีปมในใจอะไรบางอย่างที่ให้บีแองก้าเป็นตัวทดแทน
แม้ว่าตอนจบจะไม่ดุเดือดเท่าไหร่แต่สะท้อนความคิดของคนทั่วไปได้เลย อืม...ชอบนะ แม้หนังจะดำเนินเอื่อยๆไม่มีอะไรเลยก็ตาม ลองไปหามาดูนะคะ แนะนำ เอิ๊กๆ
:::: รีวิวยาวมาก ตกใจตัวเอง ว่างขนาดนี้เลยใช่มั้ยลูกชุบ
edit @ 28 Dec 2008 02:53:58 by ลูกชุบ อุ๊บ อุ๊บ*